ซื่องานวิจัย การใช้วิธีสอน “แบบสองภาษา” ในชั้นอนุบาลโรงเรียนศึกษาพิเศษนครปฐม
ผู้วิจัย คุณอุณาวรรณ มั่นใจ
ปี พ.ศ. 2544
บทคัดย่อ
การจัดการศึกษาสำหรับเด็กหูหนวกเป็นที่ถกเถียงกันว่าวิธีใดเป็นวิธีที่เหมาะสมสำหรับคนหูหนวกปัญหาที่พบคือ ความสามารถด้านการอาน เขียน ของคนหูหนวกด้อยกว่าคนทั่วไปในวัยเดียวกันมาก ซึ่งเป็นผลทำให้คนหูหนวกมีความสามารถด้านการเรียนไม่เท่ากับคนทั่วไป ปัจจุบันได้มีการนำวิธีการสอนแบบสองภาษามาใช้สอนเด็กหูหนวกกันอย่างแพร่หลาย และพบว่าได้ผลดีในประเทศแถบสแกนดีเนเวีย อเมริกา ยุโรป ออสเตรเลีย สำหรับในประเทศไทยวิทยาลัยราชสุดามหาวิทยาลัยหิดล และโรงเรียนศึกษาพิเศษนครปฐม ได้นำมาหดลองใช้เช่นเดียวกัน คณะผู้วิจัยจึงได้สนใจทำการวิจัย เรื่อง “การใช้วิธีสอนแบบสองภาษาในชั้นอนุบาลโรงเรียนศึกษาพิเศษนครปฐม” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อทดลองการจัดการเรียนการสอนโดยวิธีสอนแบบสองภาษาในชั้นอนุบาลของเด็กหูหนวกในโรงเรียนศึกษาพิเศษนครปฐม คำถามการวิจัยมี 3 ข้อ (1) กระบวนการจัดการเรียนการสอนแบบสองภาษาเป็นอย่างไร (2) ปัจจัยที่เอื้อต่อการจักการเรียนการสอนแบบสองภาษา มีอะไรบ้าง และ (3) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของเด็กหูหนวกที่เรียนโดยวิธีสอนแบบสองภาษาเป็นอย่างไร โดยศึกษาจากเด็กชั้นอนุบาลปีที่ 1 ประจำปีการศึกษา 2543 ของโรงเรียนศึกษาพิเศษนครปฐม และโรงเรียนสอนคนหูหนวกในกรุงเทพมหานคร และปริมณฑลอีก 3 แห่ง หารวิจัยครั้งนี้ใช้วิธีการวิจัยทั้งเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณร่วมกัน การเก็บรวบรวมข้อมูลจากแบบสัมภาษณ์ แบบสอบถาม และเอกสารจากชั้นเรียนและโรงเรียน การทดลองนำแผนการสอนโดยใช้วิธีกาสอนแบบสองภาษาไปสอนในโรงเรียนสอนเด็กหูหนวกชั้นอนุบาลปีที่ 1 แห่งอื่น จลอดจนการทดสอบวัดความสามารถด้านคำศัพท์ในชั้นเรียนที่เป็นประชากรกลุ่มตัวอย่างและโรงเรียนอื่นอีก 3 แห่ง เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ ซึ่งการวิเคราะห์ข้อมูลใช้การวิเคราะห์เนื้อหา และการวิเคราะห์ทางสถิติโดยใช้ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย รวมทั้งทดสอบที และการวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว แล้วนำมาเสนอในรูปแบบการพรรณนา
จากผลการวิจัยพบดังนี้
1. กระบวนการเรียนการสอนแบบสองภาษามีองค์ประกอบที่เกี่ยวข้อง คือ มีครูที่มีการได้ยินและครูหูหนวกสอนร่วมกันในชั้นเดียวกัน ครูสองคนต้องมีความสามารถในด้านภาษาไทยและภาษามือไทยในระดับค่อนข้างดี ใช้ภาษามือไทยสื่อสารในชั้นเรียน วิธีการสอนครูจะทำงานร่วมกันทุกขั้นตอนและแบ่งบทบาทหน้าที่ในชั้นเรียนอย่างชัดเจน เช่น บทบาทด้านการสอนเนื้อหา และการสอนภาษามือ เป็นของครูหูหนวกและการสอนภาษาไทยในด้านการอ่าน พูดและเขียนเป็นของครูที่มีการได้ยิน โดยครูทั้งสองคนจำทำกิจกรรมต่าง ๆ ในชั้นเรียนร่วมกัน
2. ปัจจัยที่เอื้อต่อการสอนแบบสองภาษา พบว่าโรงเรียนศึกษาพิเศษนครปฐม มีนโยบายด้านการจัดการเรียนการสอนแบบสองภาษาอย่างชัดเจน และมีโครงการห้องเรียนสาธิตเพื่อเป็นโครงการนำร่องทดลองสอนแบบสองภาษา มีบุคลากรที่มีคุณวุฒิสูงและปริมาณมากพอ มีการจ้างครูหูหนวกเพื่อสอนในโครงเรียนและชั้นเรียนการสอนแบบสองภาษา มีโครงการและกิจกรรมพัฒนาบุคลากรครู ตลอดจนการเตรียมความพร้อมครูและบุคลากรเพื่อการจัดการเรียนแบบสองภาษามีการปรับสภาพแวดล้อมของโรงเรียนและการจัดเรียนให้เหมาะสมกับคนหูหนวก ตลอดจนมีนโยบายให้ใช้ภาษามือสื่อสารในโรงเรียนและชั้นเรียนด้วย
3. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน พบว่าผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 1 ของโรงเรียนศึกษาพิเศษนครปฐม จากการประเมินของโรงเรียนอยู่ในระดับที่น่าพอใจและน่าพอใจมาก และจากการวัดความสามารถด้านคำศัพท์ของนักเรียน ผลปรากฏว่าอยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างสูง คือร้อยละ 87.4 รวมทั้งจากการประเมินพัฒนาการของเด็ก ของครู ผู้ปกครอง และบุคลากรที่เกี่ยวข้องพบว่านักเรียนมีพัฒนาการเป็นที่น่าพอใจเช่นกัน สรุปได้ว่าผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนอยู่ในเกณฑ์น่าพอใจ
นอกจากนี้ยังพบว่าบรรยากาศการเรียนในชั้นเรียนสอนแบบสองภาษาดีมาก เด็กส่วนใหญ่มีความสนุกสนาน สนใจการเรียน มีการโต้ตอบกับครูผู้สอนตลอดเวลา และสามารถอยู่ร่วมในกิจกรรม การเรียนการสอนเป็นระยะเวลานาน และพบว่าวิธีการสอนแบบสองภาษานี้สามารถใช้ได้ในห้องเรียนเด็กหูหนวกทุกชั้นเรียน ถึงแม้ว่าจะเป็นห้องเรียนซึ่งใช้วิธีสอนแบบอื่น ซึ่งได้แก่วิธีการสอนพูดหรือการสอนแบบระบบรวมมาก่อน
วันอังคารที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2552
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น